อาหารสายยาง สำหรับผู้ป่วยขาดสารอาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะ "ขาดสารอาหาร" (Malnutrition) การให้อาหารทางสายยางต้องเน้นไปที่การ "เพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและโปรตีน" โดยที่ปริมาณอาหาร (Volume) ต้องไม่มากจนผู้ป่วยอึดอัดหรือท้องอืดครับ
แนวทางการเลือกและเตรียมอาหารเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วที่สุดครับ:
1. เลือกสูตรพลังงานสูง (High Calorie / High Protein)
ผู้ป่วยขาดสารอาหารมักจะทานได้น้อย หรือร่างกายมีความต้องการใช้พลังงานสูงกว่าปกติ (Hypermetabolism)
สูตร 1.5 - 2.0 kcal/ml: ปกติอาหารสายยางจะให้พลังงาน 1 kcal/ml แต่สำหรับผู้ที่ขาดสารอาหาร ควรใช้สูตรที่เข้มข้นขึ้นเพื่อให้ได้พลังงานมากในปริมาณที่เท่าเดิม
เน้นโปรตีนสูง (High Protein): เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป:
Ensure/Isocal/Nutren: รุ่นมาตรฐาน (ต้องดูฉลากว่าให้พลังงานกี่ kcal)
Boost Optimum: มีเวย์โปรตีนและจุลินทรีย์สุขภาพ ช่วยเรื่องการดูดซึม
สูตรเข้มข้นพิเศษ: เช่น Ensure Plus หรือ Nutren Optimum (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มสูตรเข้มข้นเพราะอาจทำให้ท้องเสียได้หากลำไส้ปรับตัวไม่ทัน)
2. หากเตรียมอาหารปั่นเอง (Homemade High-Protein)
ต้องเพิ่มวัตถุดิบที่ให้สารอาหารสูงแต่ย่อยง่ายลงในสูตรปกติ:
เพิ่มไข่ขาว: เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด ย่อยง่าย และราคาประหยัด (ควรต้มสุกก่อนปั่น)
เสริมเวย์โปรตีนผง: สามารถผสมผงเวย์โปรตีน (สูตรทางการแพทย์) ลงไปในอาหารปั่นเพื่อเพิ่มโปรตีนโดยไม่เพิ่มความหนืดของอาหาร
ใช้น้ำมันคุณภาพดี: เช่น น้ำมันรำข้าว หรือ MCT Oil (น้ำมันที่มีโมเลกุลปานกลาง) ซึ่งร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยที่ซับซ้อน
น้ำซุปเข้มข้น: ใช้น้ำซุปจากการเคี่ยวโครงไก่หรือปลา เพื่อเพิ่มแร่ธาตุและรสชาติ
3. การแบ่งมื้ออาหาร (Feeding Schedule)
ผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารมานาน ลำไส้อาจจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่
Little and Often: แบ่งเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน แทนที่จะเป็น 3-4 มื้อใหญ่ เพื่อลดอาการท้องอืดและช่วยให้การดูดซึมดีขึ้น
ค่อยๆ ปรับ: เริ่มจากสูตรปกติก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร
4. ข้อควรระวัง: "Refeeding Syndrome"
นี่คือสิ่งที่ อันตรายที่สุด สำหรับผู้ที่ขาดสารอาหารรุนแรงมานาน
คืออะไร: เมื่อร่างกายที่อดอาหารมานานได้รับแป้งหรือน้ำตาลกะทันหัน จะทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือด (เช่น ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม) ต่ำลงอย่างรวดเร็ว จนอาจช็อกหรือหัวใจล้มเหลวได้
วิธีป้องกัน: ในช่วง 3-7 วันแรก ต้องเริ่มให้อาหารในปริมาณน้อยๆ ก่อน และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจเกลือแร่เป็นระยะครับ
💡 ตารางตรวจสอบอาการผู้ป่วย
อาการที่ควรสังเกต สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไขเบื้องต้น
ท้องอืด/อาหารค้าง อาหารเข้มข้นเกินไป หรือย่อยยาก เจือจางน้ำ หรือแบ่งมื้อให้เล็กลง
ท้องเสีย อาหารไหลเร็วเกินไป หรือติดเชื้อ ปล่อยอาหารให้ช้าลง เช็กความสะอาดอุปกรณ์
น้ำหนักไม่ขึ้น พลังงานที่ได้รับไม่เพียงพอ ปรึกษาหมอเพื่อปรับเพิ่ม Calorie