โปรโมทสินค้า บ้าน รถ สัตว์เลี้ยง เว็บลงโฆษณาฟรีพระเครื่อง ท่องเที่ยว

โพสหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอมที่ขอนแก่น เข้าแคมป์ติวภาษา และหมวดสินค้าอื่นๆ => เว็บลงโฆษณาฟรี => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 14:53:56 น.

หัวข้อ: อาหารสายยางเหมาะกับใคร
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 14:53:56 น.
อาหารสายยางเหมาะกับใคร (https://dseelin.co.th/)

การให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) ไม่ใช่แค่ทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้นครับ แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เมื่อ "ทางปากทำงานไม่ได้ตามปกติ" เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดสารอาหารจนทรุดลง

กลุ่มบุคคลที่ความจำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายยางครับ:

1. ผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)
กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มหลักที่ต้องใช้สายยางเพื่อความปลอดภัย

ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke): กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนทำงานไม่สัมพันธ์กัน

ผู้ป่วยโรคระบบประสาท: เช่น พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์ระยะท้าย หรือผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมจนลืมวิธีการกลืน

ความเสี่ยง: หากฝืนให้ทานทางปากจะเกิดการ "สำลัก" ซึ่งนำไปสู่โรคปอดอักเสบติดเชื้อ (Aspiration Pneumonia) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตครับ


2. ผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพของระบบทางเดินอาหารส่วนบน

เมื่ออาหารไม่สามารถเดินทางจากปากไปถึงกระเพาะได้สะดวก

มะเร็งในช่องปาก ลำคอ หรือหลอดอาหาร: ก้อนเนื้ออาจขวางทางเดินอาหาร หรือเจ็บปวดเกินกว่าจะเคี้ยวและกลืน

ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้าและขากรรไกร: ต้องพักการใช้ปากชั่วคราวเพื่อให้แผลหาย

หลอดอาหารตีบตัน: จากการดื่มสารเคมีหรือการอักเสบรุนแรง


3. ผู้ป่วยวิกฤตหรือผู้ที่ไม่รู้สึกตัว

ผู้ป่วยใน ICU: ที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจหรือไม่รู้สึกตัว ร่างกายยังคงต้องการพลังงานเพื่อสู้กับโรค

ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเจ้าหญิง/เจ้าชายนิทรา: ระบบย่อยอาหารยังทำงานได้ แต่เจ้าตัวไม่สามารถทานเองได้


4. ผู้ป่วยที่ร่างกายต้องการสารอาหารสูงกว่าปกติมาก

บางครั้งการทานทางปากเพียงอย่างเดียวทำได้ไม่เร็วพอเท่าที่ร่างกายเผาผลาญ

ผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรง (Major Burns): ร่างกายต้องการโปรตีนและพลังงานมหาศาลเพื่อสร้างผิวหนังใหม่

ผู้ป่วยมะเร็งที่เบื่ออาหารจัด: จากผลข้างเคียงของคีโมหรือฉายแสง จนน้ำหนักลดฮวบและไม่มีแรงรับการรักษาต่อ


5. ผู้ป่วยโรคเฉพาะทางที่คุมสารอาหารยาก

ทารกที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น หัวใจพิการแต่กำเนิดที่ทำให้เหนื่อยง่ายจนดูดนมเองไม่ไหว

ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคตับระยะสุดท้าย: ที่ต้องจำกัดน้ำและเกลือแร่แบบเป๊ะๆ การให้ทางสายยางจะช่วยคุมปริมาณได้แม่นยำกว่าการทานเองครับ


💡 สรุปหลักการพิจารณา (The Rule of Thumb)

แพทย์จะพิจารณาให้สายยางก็ต่อเมื่อ "ลำไส้ยังทำงานได้ (If the gut works, use it)" แต่มีอุปสรรคที่ปากหรือคอหอย เพราะการให้สารอาหารเข้าสู่ลำไส้โดยตรงดีกว่าการให้ผ่านทางหลอดเลือดดำ ทั้งในแง่ของภูมิคุ้มกันและค่าใช้จ่ายครับ